Work from Home อย่างไรไม่ให้ Burnout

Work From Home อย่างไรไม่ให้ Burnout
เมื่อการทำงานที่บ้าน อาจไม่ใช่สิ่งดีสำหรับทุกคน
.
ในขณะที่บางคนเริ่มปรับตัวได้กับการทำงานจากที่บ้าน สนุกสนานไปกับเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น รับมือกับการประชุมและประสานงานทางไกลได้แล้ว
.
บางคนก็อาจจะพบเช่นกันว่าการทำงานจากบ้าน ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาชอบเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการทำงานจากบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ที่เราไม่ได้ออกไปไหน หรือพบปะพูดคุยกับใคร
.
กรณีที่หนักที่สุดน่าจะเกิดขึ้นกับบรรดาคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องพัก หรือคอนโดเพียงลำพัง และทำงานจากในห้อง ไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน ตื่นมา หาข้าวกินทำงาน และหลับไป
.
ดังนั้นเอง Work From Home ก็สามารถส่งผลได้ถึงความเครียด ความหดหู่ และทำให้คนทำงานเป็น Burnout Syndrome กันได้เลยทีเดียว
.
.
Burnout Syndrome คือภาวะหมดไฟในการทำงาน เกิดจากความเครียด ความเหนื่อยล้าสะสมที่ทำให้เรารู้สึกไม่มีแรงทำงานต่อไปแล้ว ในภาวะปกติเราจะเลี่ยงอาการหมดไฟนี้ได้ด้วยการพักผ่อน บางครั้งแค่การได้ออกไปสังสรรค์ในวันหยุดก็ช่วยได้ ใครที่หมดไฟหนักหน่อยก็อาจหนีไปเติมไฟที่ต่างจังหวัด
.
แต่แน่นอนสถานการณ์ในขณะนี้ทำให้เราไม่สามารถออกไปพักผ่อนที่ไหน หรือสังสรรค์กับใครได้ อาการ Burnout จึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกับคนที่อยู่กับห้องและนั่งทำงานทั้งวัน
.
เช่นนั้นแล้ว เราจะทำอย่างไรไม่ให้ Burnout จากการ Home Work From 

.Work From Home คืออะไร ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ในสถานการณ์ COVID ...
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การ Work From Home ของใครหลายคนในช่วงนี้อาจเป็นประสบการณ์ที่ยากลำบาก เพราะมันเป็นการ Work From Home ภาคบังคับที่เราไม่มีเวลาได้ปรับตัว จู่ๆเราก็ต้องเริ่มทำงานจากที่บ้านในทันที และไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเท่าไหร่นัก
.
เราจึงต้องพยายามปรับตัว ควบคู่ไปกับการทำงานจริงเลย และเราพบได้ว่ามันมีองค์ประกอบมากมายของการทำงานจากที่บ้าน ที่กลายเป็นปัญหากับเราในเวลาต่อมา
.
[ เวลาที่ไม่แน่นอน ]
.
การทำงานที่บ้านนั้นไม่ได้มีเวลาบอกเราไว้อย่างขัดเจนว่าต้องเริ่มกี่โมง เลิกงานกี่โมง บางบริษัทอาจมีข้อกำหนดมาให้เราว่าต้องแสตนบายตัวเอง เตรียมทำงาน เตรียมรับการติดต่อตั้งแต่กี่โมง แต่สุดท้ายทุกคนก็มักจะมีปัญหากับการจัดการเวลากันอยู่ดี
.
นี่คือเหตุผลที่ทำให้การกำหนดเวลาทำงานให้ตัวเองเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะกำหนดเวลาเริ่มงาน และทำจนกว่างานจะเสร็จ หรือจะเลือกไว้เลยว่าจะทำงานวันละกี่ชั่วโมง กี่โมงถึงกี่โมง
.
.
[ บ้านไม่ใช่ที่พักผ่อนอีกต่อไป ]
.
ที่ผ่านมา บ้านเคยเป็นสถานที่พักผ่อน ที่ที่เราใช้ชีวิต และทำสิ่งต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน เป็นพื้นที่ที่เราทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
.
แต่เมื่อเราต้องทำงานจากที่บ้าน การทำงานก็ครอบงำพื้นที่พักผ่อนของเราไปได้ง่ายๆ ด้วยความรู้สึกที่ว่าเรายังมีงานต้องทำอยู่ตลอดเวลา และทำให้การตัดขาดจากงานทำได้ยากกว่าที่เคย รู้สึกตัวอีกที เราก็คิดเรื่องงานอีกแล้ว
.Work from Home คืออะไร? ทำงานที่บ้านยังไงให้มีประสิทธิภาพ
.
[ บ้านไม่ใช่พื้นที่สำหรับการทำงาน ]
.
ดังที่บอกไปว่านี่คือการ Work From Home ภาคบังคับที่เราต่างไม่ได้เตรียมตัวกันเลย จึงทำให้บ้านของเรา ห้องของเรา ไม่มีพื้นที่สำหรับการทำงานจริงๆ เราอาจทำงานบนโต๊ะกินข้าว บนโต๊ะเครื่องสำอาง แต่สุดท้ายมันก็ไม่เหมือนกับบนโต๊ะที่ออฟฟิศ บนเก้าอี้สำนักงาน หรือในบรรยากาศการทำงานของออฟฟิศ
.
เราต้องทำบ้านเราให้กลายเป็นที่ทำงาน ทั้งที่มันไม่ใช่
.
.
[ งานอันไม่มีที่สิ้นสุด ]
.
ไม่ใช่แค่เรื่องของเวลา เเต่เป็นเรื่องของพื้นที่ หากมองในมุมหนึ่ง ตอนที่เราไม่ได้ตื่นขึ้นมา หรือนอนหลับในสถานที่พักผ่อนของเราอีกต่อไป แต่เราตื่น กิน นอน อยู่ในที่ทำงาน เรามีความรับผิดชอบที่จะต้องสะสางอยู่ตลอดเวลา
.
บางคนอาจพบได้ว่าความยืดหยุ่นของเวลางานที่บ้านก็ทำให้คุณทำงานจนดึกมากขึ้น หรืองานกลายเป็นสิ่งแรกที่คุณทำในตอนเช้า ก่อนที่จะอาบน้ำแปรงฟัน หรือหาอะไรกินเสียอีก
.
และกลายเป็นว่าการทำงานที่บ้าน ทำให้บ้านของเรากลายเป็นที่ทำงาน ไม่ใช่บ้านอีกต่อไป
.
.
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำงานที่บ้าน อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับทุกคน และผลกระทบของมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับความเหน็ดเหนื่อยที่มากขึ้น ความเบื่อ ความเหนื่อยล้าที่สะสม แต่มันกัดกินสภาวะทางจิตใจเราไปทีละน้อย
.
เมื่อประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เราต้องตัดขาดจากสังคม ไม่ได้มีอิสระเสรีอะไรอย่างที่คนทำงานจากบ้านชิลล์ๆจะทำกัน เราจึงต้องหาทางปรับตัวกับมันให้ได้ และรับมือกับการทำงานที่บ้านให้ดีขึ้น
.
การรักษาตัวไม่ให้กลายเป็นคน Burnout จากการทำงานที่บ้าน คือการที่เราต้องดูแลตัวเอง ดูแลจิตใจของเราให้ดี
.
- พยายามจัดเวลาให้ได้
- หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง
- หาโอกาสพูดคุยกับคนอื่นให้มากขึ้น ทดแทนการพบหน้า
- หากิจกรรมใหม่ๆทำ
- จัดพื้นที่ทำงานในบ้านให้ชัดเจน
.
สุดท้ายนี้เราก็คาดหวังว่าทุกคนจะไม่ Burnout จากการทำงานที่บ้านกันนะครับ# Winning Together


ที่มา: #FutureTrends #Futureisnear #Futureisnow #ทำงานบ้าน #WorkFromHome #COVID19

Visitors: 7,008