หยุดการกระทำของเธอซะ! วิธีการรับมือกับเพื่อนร่วมงานที่ล่วงละเมิดเรา

Image may contain: 2 people, people smiling, text

การที่เรามีสังคมในที่ทำงานที่ดี ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของชีวิตในวัยทำงาน เนื่องจากในวัน ๆ หนึ่ง เราต้องเจอกับเรื่องมากมายมหาศาล เรื่องงานบางทีก็ว่าเหนื่อยแล้ว แล้วยิ่งถ้าหากเรามีเพื่อนร่วมงานที่ชอบล่วงละเมิดหรือรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเราในเวลาทำงานอีก เราก็คงจะยิ่งเหนื่อยและรู้สึกไม่ปลอดภัยไปอีกหลายเท่า
.
หากสงสัยว่าการล่วงละเมิดนั้นคืออะไร? ใช่ที่เขาชอบพูด ๆ กันเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศไหม? เราขอตอบเลยว่าใช่ แต่การล่วงละเมิดนั้นก็ยังมีด้วยกันอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การล่วงละเมิดทางกายและทางวาจา ในเรื่องของศาสนา เชื้อชาติ สีผิว รสนิยม ความเป็นส่วนตัว หรือการกระทำใด ๆ ก็ตามที่รู้สึกว่าเป็นการละลาบละล้วงมากจนเกินเหตุ
.
ถ้าหากว่าวันหนึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ มันเกิดขึ้นในชีวิตของเราจริง ๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเราจะรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขนาดไหน หนัก ๆ เข้าก็อาจจะทำให้กลัวการอยู่คนเดียวไปเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงควรที่จะเรียนรู้วิธีการรับมือกับการล่วงละเมิดจากเพื่อนร่วมงานที่มีนิสัยแย่ ๆ เหล่านั้น
.
1. พิจารณาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
.
เมื่อเพื่อนร่วมงานของเราแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมากับเรา สิ่งที่เราจะสามารถตัดสินได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดหรือไม่ นั่นก็คือการประเมินการกระทำและความร้ายแรงของพฤติกรรมนั้น ๆ ว่ามันทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยหรือไม่
.
.
2. ไม่สนใจผู้คุกคาม
.
ในตอนแรก เราอาจจะต้องลองพิจารณาถึงพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานคนนั้นก่อนว่าทำพฤติกรรมนี้เพียงแค่ครั้งเดียวหรือไม่ แต่ถ้าหากว่าเพื่อนร่วมงานคนนั้นยังทำพฤติกรรมที่ล่วงละเมิดกับเราอยู่เรื่อย ๆ เราควรพยายามไม่สนใจกับการกระทำเหล่านั้น เช่น การทำเป็นไม่ได้ยิน หรือ การเดินหนีออกไปห่าง ๆ
.
.
3. จดบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
.
ควรจดบันทึกทุกเหตุการณ์ที่เข้าข่ายล่วงละเมิดทั้งหมด เช่น วัน เวลา ลักษณะของเหตุการณ์ และพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อเป็นหลักฐานในการเอาผิดต่อเพื่อนร่วมงานที่คุกคามเรา
.
.
4. หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวกับผู้คุกคาม
.
หากเรามั่นใจแล้วว่าเราถูกล่วงละเมิดจากเพื่อนร่วมงานจริง ๆ เราควรหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวในที่ทำงาน โดยเฉพาะเวลาที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเรา
.
.กลั่นแกล้ง


5. ขอให้เพื่อนในที่ทำงานเป็นพยาน
.
หากเรามีเพื่อนที่สนิทในที่ทำงาน เราควรบอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เพื่อนสนิทของเราได้รับฟัง เพื่อที่เพื่อนของเราจะได้อยู่ข้าง ๆ คอยให้ความช่วยเหลือ และเป็นพยานต่อเหตุการณ์ล่วงละเมิดที่เกิดขึ้น
.
.
6. เปิดใจพูดคุยกับผู้คุกคาม
.
หากเรารู้สึกไม่โอเคกับพฤติกรรมเหล่านี้ เราควรเปิดใจพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างจริงจัง และบอกไปตรง ๆ ว่าเราไม่ชอบและไม่อยากให้เขาทำแบบนี้กับเราอีก
.
.
7. เสนอปัญหาและขอความช่วยเหลือกับบริษัท
.
หากเรารู้สึกว่าพฤติกรรมการล่วงละเมิดนี้มันรบกวนการทำงาน และการใช้ชีวิตของเรามากเกินไป เราควรขอความช่วยเหลือกับทางบริษัท โดยการพูดคุยกับหัวหน้าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อที่หัวหน้าจะได้ช่วยแก้ไขและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น
.
.
ถ้าหากว่าการกระทำเหล่านี้ยังไม่สามารถหยุดเพื่อนร่วมงานที่ชอบล่วงละเมิดของเราได้ เราอาจจะจ้างทนายความเพื่อทำการดำเนินคดี หรือ ทำการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ และในท้ายที่สุด หากว่าเราไม่อาจที่จะทนอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ได้อีกต่อไป ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ การมองหางานใหม่ โดยเลือกที่ทำงานที่มีสภาพแวดล้อมและคนในองค์กรที่ดี เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ล่วงละเมิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง
.
เขียนโดย S.sirada
ที่มา The Balance Careers, wikiHow, Work It Daily


#FutureTrends #Futureisnear #Futureisnow

Visitors: 7,010