Love is motivation! ถ้าใจเรารักงาน เราก็จะทำงาน!!


Image may contain: text


ใครบอกไม่มีคนรักแล้วจะแปลว่าเป็นคนไม่มีความรัก เรารักพ่อแม่ เรารักเพื่อน รักสัตว์เลี้ยง รักงานที่ทำ รักการออกไปเที่ยว ความรักเกิดขึ้นได้กับทุกสิ่งและกับทุกคน ความรักทำให้เราเป็นคนที่กล้าขึ้น เป็นแรงผลักดันให้ทำในสิ่งที่ดีกว่าเดิม
.
ถ้าความรักคือแรงผลักดัน แล้วความเกลียดชังล่ะ?
.
ความเกลียดชังก็เป็นแรงผลักดัน แต่ยังไงซะการมีความรักก็เป็นแรงผลักดันที่บวกมากกว่า เกลียดความอ้วนทำให้เริ่มออกกำลังกาย แต่ถ้าเรารักตัวเอง เราจะดูแลมันตั้งแต่ร่างกายมันยังดีอยู่ เว้นเสียแต่คุณรักการกินมากกว่าร่างกายตัวเอง
.
การมีแรงผลักดัน ไม่ว่าจะเกิดจากสิ่งใด ก็ล้วนเป็นสิ่งดี ที่จะทำให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น กล้าที่จะพัฒนามากขึ้น ทำให้คุณทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น ความเครียดลดลง แถมคุณยังได้เปลี่ยนตัวเองอีกด้วย
.
วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานจากความรัก ทำได้ง่ายๆจากการสำรวจความชอบของตัวเอง แล้วลงมือทำมันซะ
.
1. สร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง
.
อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้น อย่างกลางวันนี้จะไปกินอะไรอร่อย เย็นนี้จะได้เจอเพื่อนที่ไม่เจอกันนานแล้ว หรือระยะยาวอย่างการไปเที่ยว หลังจากทำโปรเจคจบ สิ่งเหล่านี่เกิดจากความชอบ ความสนใจของคุณ ถ้าคุณรักมันมากพอ คุณก็จะพยายามที่จะทำงานให้เสร็จเพื่อไปให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้
.
.
2. หาคำพูดสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง
.
อาจเป็นคำคมที่เราฟังแล้วรู้สึกได้แรงบันดาลใจ หรือเพลงที่ฟังแล้วทำให้คุณรู้สึกอยากทำงานต่อ
.
.
3. ค่อยๆทำไปทีละขั้นตอน
.
สิ่งที่จะทำให้คุณลุกจากที่นอนคือคุณต้องคิดว่าเวลานี้คุณต้องทำอะไร แล้วค่อยๆทำไปทีละขั้นตอน อาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหารเช้า เดินออกจากความกลัว ความเบื่อหน่าย ก้าวเท้าข้างหนึ่งให้นำหน้าอีกข้างหนึ่งอยู่เสมอ
.
.
4. ทำสิ่งที่ง่าย สะดวกสบายต่อตัวเอง
.
คุณอาจจะเลือกทานอาหาร การเดินทางที่สะดวกสบายต่อตัวคุณมากขึ้น หาวิธีแบ่งเบาภาระของคุณ ให้คุณไม่ต้องทำอะไรหลายๆอย่าง อาจจะส่งเสื้อผ้าไปซักบ้างในช่วงที่คุณยุ่งๆ นั่งแท็กซี่บ้างถ้านั่งรถเมล์แล้วคุณอึดอัด ลองเปลี่ยนสักครั้ง ทำอะไรใหม่ๆให้ตัวเองได้สบายขึ้นบ้าง
.
.
5. ทำอะไรๆให้ช้าลง
.
ความกระตือรือร้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การทำให้อะไรให้ช้าลงก็ช่วยให้คุณคิดอะไรได้มากขึ้นจากช่องว่างของเวลาที่ปกติคุณอาจจะรีบสรุป รีบทำ วิธีนี้สมองและร่างกายของคุณก็จะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไปด้วย
.
.
6. หลีกเลี่ยงสิ่งที่รู้ว่าจะทำให้บั่นทอน
.
เมื่อเรารู้สิ่งที่เรารักและนำมาเป็นแรงผลักดันได้แล้ว ก็อย่าเอาความบั่นทอนมาทำลาย หลีกเลี่ยงเหตุการณ์หรือสิ่งจะทำให้คุณรู้สึกแย่ อย่างการเจอเพื่อนร่วมงานคิดลบ เจ้านายขี้เหวี่ยง สถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกอัดอึดต่าง เอาตัวเองออกมาอาจจะอยู่คนเดียวหรือคนที่คุณไว้ใจจะดีกว่า
.
.
7. อย่าหักโหม
.
คุณมีแรงผลักดันที่จะทำงานให้สำเร็จได้แล้ว แต่ถ้าร่างกายคุณไม่ไหว ก็หยุดพักบ้างอย่าหักโหม หันมารักตัวเองด้วย ถ้าคุณป่วยจนต้องลาป่วยขึ้นมา อาจทำให้งานของคุณล่าช้าและเกิดความเครียดได้
.
.
8. ช่วยเหลือผู้อื่น
.
นำพลังของแรงผลักดันดีๆที่คุณมี ส่งต่อให้ผู้อื่น ส่งต่อความรักคามวามห่วงใย พลังงานดีๆเหล่านี้จะส่งผงให้ผู้อื่นมีกำลังใจมากขึ้น ทำให้คุณเองรู้สึกดีที่ได้เป็นผู้ให้อีกด้วย
.
.
9. มองโลกในแง่ดี
.
วันนี้ฝนตก ไม่อยากไปทำงาน ให้คุณหัดคิดในแง่บวก มองหาสิ่งดีในสิ่งที่คิดว่าไม่ดีนั้น ก็แค่ฝนตก คุณยังมีชีวิตอยู่ ร่างกายคุณไม่ได้ป่วย ยังแข็งแรงดี ก็ออกไปทำงาน ทำสิ่งที่ค้างคาให้เสร็จไปจะดีกว่ามามีข้ออ้างที่จะขี้เกียจ
.
.
10. ดูแลตัวเอง
.
รู้จักรักตัวเองให้เป็น ฝึกหายใจ อยู่กับสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ให้สมาธิช่วยฟื้นฟูจิตใจ ออกกำลังกาย ให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรง ทานอาหารที่ดี หมั่นดูแลตัวเองเพื่อต้อนรับสิ่งดีที่จะเข้ามา ทำให้วันต่อๆไปเป็นวันที่ดีเช่นกัน
.
การมีความรัก เป็นสิ่งที่ดี รักในสิ่งที่ทำ หาแรงบันดาลใจจากความรักนั้นมาเป็นแรงผลักดันให้คุณได้พัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนที่ดีขึ้น เพราะความรักไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่ความเกลียดชังเท่านั้นที่ทำร้ายสิ่งดีๆในความรักไปก็เท่านั้น หัดรักให้เป็น แล้วคุณจะมีความสุขกับชีวิต

เขียนโดย G.nongluck
ที่มา huffpost


#FutureTrends #Futureisnear #Futureisnow

Visitors: 7,010