5 อาหารที่ช่วยเติมไฟในการทำงาน ของว่างระหว่างวันที่จะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น!

Image may contain: foodเคยสังเกตตัวเองไหมว่าทำไมเวลาเครียดๆแล้วอยากหาอะไรกิน?
.
สาเหตุมาจาก ฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่จะหลั่งออกมาเมื่อร่างกายเรามีความเครียด และไปกระตุ้นให้เรารู้สึกโหยหิว อยากกินอาหาร
.
เมื่อมีความเครียดร่างกายจะมีการนำสารอาหารหลายชนิดไปใช้ในการสร้างฮอร์โมน เพื่อช่วยในการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ และร่างกายขับสารอาหารบางชนิดออกทางปัสสาวะมากขึ้นด้วย
.
ร่างกายจึงมีความต้องการสารอาหารบางชนิดเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเมื่อเกิดภาวะเครียดแล้วคุณจะรู้สึกหิว และเลือกคลายความเครียดด้วยการกิน
.
มีงานวิจัยจากอังกฤษชี้ว่า การรับประทานอาหารนั้นสัมพันธ์กับอารมณ์ ถ้าหากรับประทานอาหารที่ดี จะส่งผลให้อารมณ์ดี แต่ถ้ารับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาหารนั้นก็จะส่งผลต่ออารมณ์เช่นกัน
.
เนื่องจากร่างกายมีสารเซโรโทนินที่เป็นสารที่ควบคุมความหิว การขาดสารนี้จึงอาจทำให้รู้สึกหิว
.
ขอแนะนำ 5 อาหารคลายเครียดที่ดีต่อสุขภาพ หาซื้อง่ายและสามารถพกติดโต๊ะทำงานไว้ได้
.
1. ดาร์กช็อกโกแลต

สามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราสามารถจดจำได้ดีขึ้น รวมถึงสมองของเราจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา ทำให้รู้สึกอารมณ์ดีและสามารถลดความเครียดลงได้ ควรกินแต่พอดี วันละ 40 กรัม
.
.
2. ถั่วเปลือกแข็งชนิดต่างๆ อัลมอนด์ วอลนัท

มีกรดอะมิโนทริปโตเฟน ซึ่งมีความจำเป็นต่อสารเซโรโทนิน สารสื่อประสาทที่ช่วยในการลดภาวะซึมเศร้า ช่วยทำให้อารมณ์ดี และยังอุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี แมกนีเซียม และสังกะสี ที่
.
.
3. โยเกิร์ต

อุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์อย่างมีส่วนช่วยปรับอารมณ์ของคนได้ ทำให้อารมณ์ของเราคงที่ และมีอารมณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ เพราะแบคทีเรียในลำไส้นั้นมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเรา
.
.
4. กล้วยหอม

เมื่อร่างกายตกอยู่ในสภาวะเครียด ความดันเลือดจะสูงขึ้น ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว หรืออาจเกิดอาการปวดหัว ซึ่งกล้วยหอมมีโพแทสเซียม และวิตามินที่จะช่วยลดความดันเลือดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ร่างกายลดระดับความตึงเครียดลงไปด้วยนั่นเอง
.
.
5. ส้ม

ผลไม้ให้รสชาติเปรี้ยวหวาน อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งวิตามินซีช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นในร่างกายของเราได้ เพราะวิตามินซีที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายและต่อต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวเนื่องกับความเครียดและโรคหัวใจอีกด้วย ไม่ควรกินเกินวันละ 1 กำมือ
.

เขียนโดย Pimpernel
ที่มา spiceee, guru.sanook, Line Today, nestle, thaihealth

#FutureTrends #Futureisnear #Futureisnow


Visitors: 7,009